2007/May/26

ผ่าง!!! ขวดนมยี่ห้อ Babydallถูกหยิบออกมา

ผิดคาด!!!


จินรีบหยิบขวดนมยัดปากหนูน้อยคาเมะแล้วจัดการอุ้มคาเมะที่ดิ้นแด่ว ๆ

มาอยู่ในท่าป้อนนมลูก
(มันไปเอามาจากไหนว่ะ:คนแต่ง)(ของชั้นเองมีปัญหาเรอะ!!! : จินตะโกน)
"เงียบซะ ๆ โอ๋ ๆ ๆ อย่าร้อง" จินโอบคาเมะพยายามลูบหัวลูบหาง

แล้วอุ้มไปยังเตียงนอน


...เค้าบอกว่าเด็กร้องเค้าว่าเด็กหิวนม...

คาเมะพยายามดิ้นแต่ก็ไม่สามารถขัดขืนได้ ก็คนที่อุ้มเค้าเล่นจับขวดนมยัดปากแน่นเลย

มีเพียงน้ำตาที่เล็ดออกมา
...แหวะ ขวดนมกลิ่นแปลก ๆ ...

"หู้ย กว่าจะเงียบได้" จินปาดเหงื่อ และวางเด็กน้อยคาเมะนอนลงบนเตียง

แต่มือก็ยังยื่นไปยัดขวดนมต่อ
ไม่สนใจเด็กน้อยที่พยายามงัดขวดนมออกจากปาก
"อืม.....โอ้ย เอาออกไปเลยน่ะ" เด็กน้อยคาเมะปัดมือของจินออกเพื่อให้ปากตัวเอง

เป็นอิสระแล้วลุกขึ้นมาตั้งท่าจะแหกปากร้องไห้อีก
แต่จินก็รีบคว้าตัวกอดเอาไว้

"เฮ้ย !! ไม่เอาไม่ต้องร้องแล้ว ขอโทษ ๆ ๆ " จินกอดปลอบ

อย่าร้องน่ะเดี๋ยวชั้นได้ตายจริง ๆ แน่คราวนี้

...เค้าบอกถ้าเด็กงอแงให้กอดปลอบ...


"คุณเอามือออกไปจากตัวผมเลยน่ะ ฮึก คนใจร้าย ฮือ"คาเมะร้องไห้กระซิก ๆ เบา ๆ

"ถ้าปล่อยเธอก็จะแหกปากดังกว่านี้ ไม่เอาอ่ะ" จินเข็ดขยาด

ไม่เอาแล้ว หูช้านนนนจะทะลุ ไม่เอาไม่เสี่ยง
จินกระชับวงแขนกอดเด็กน้อยแน่นกว่าเดิม
"หยุดร้องซะนะ คนดี๊คนดี" จินส่งยิ้มฝืน ๆ ไปให้
"คุณมันใจร้าย ฮึก ใจร้ายจริง ๆ เลย" เสียงร้องเริ่มเบาลง ๆ จนในที่สุดก็หยุดร้อง

จินก้มลงมามองเด็กน้อยในอ้อมกอดที่ตอนนี้หยุดร้องไห้ แล้วก็หยุดดิ้น
...ชิ แค่ไอ้เด็กขาดความอบอุ่นดี ๆ นี่เอง แถมยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอีกตะหาก...


เด็กน้อยซุกไปที่อกหนาพลางหลับตาคิดถึงแม่ที่จากไป น้ำตาได้รื้อขึ้นมาอีกครั้ง
..แม่ครับ คนใจร้ายคนนี่ทำไมเค้าต้องกอดผมด้วยล่ะ แถมผมก็รู้สึกอบอุ่นดีจังเลย...

เมื่อเห็นน้ำตาจินก็รู้สึกผิดอยู่เหมือนกัน แต่คนอย่างเค้าไม่เคยแสดงความเห็นใจใครมาก่อน

".ขอโทษ..." จินพูดออกมาเบา ๆ แต่ก็ดังพอที่เด็กน้อยคาเมะจะได้ยิน
"......" เด็กน้อยคาเมะเงยหน้าขึ้นมาดูทันที
"ขอโทษจริง ๆ เหรอ"
"เออ"
"งั้นใบเสร็จนั่นล่ะ"

"อืม ไม่ต้อง" จินส่ายหน้า
"ใบอะไรนั่นผมก็ไม่ต้องเขียนแล้วใช่ไหม"
"อืม"
"เย้ !!" เด็กน้อยคาเมะเผลอกระโดดกอดคอจินแน่น


ฉ่า !!!


ผลของการกอดจากเด็กน้อยนั้นมันทำให้จินรู้สึกหน้าแดงขึ้นมาซะเฉย ๆ
แก้มนุ่มเนียนของคาเมะบังเอิญมันมาเฉียดปลายจมูกของเขาพอดี
ซึ่งรู้สึกได้ของกลิ่นหอมหวาน แม้จะผ่าน ๆ แต่กลิ่นหอมก็หอมจนจินชักจะติดใจซะแล้วสิ
ใจเย็นไว้จิน ๆ นั่นเด็ก ท่องไว้เด็ก

...หอมจัง...

"ขอบคุณมากครับ" คาเมะผละจากอกจินแล้วส่งยิ้มหวานให้ เล่นเอาจินใจเต้นแรงตุ๊บ ๆ
อืม จินตอบส่ง ๆ ไปงั้นแหละ แล้วแอบเสมองเพดาน

ไม่ให้เด็กน้อยเห็นหน้าตาที่แฝงด้วยความเจ้าเล่ห์
แต่สังเกตุมือไม่ยอมปล่อยซักที
ใสซื่อจริงเลยเด็กคนนี้ ปล่อยให้เด็กมันตายใจแล้วหลอกทีหลังจะง่ายกว่า

หึหึ จินได้แต่ตะโกนร้องบอกแผนการอันชั่วร้ายในใจ
(แกจะหลอกอาราย นั่นเด็กน่ะโว้ย)

ฝ่ายอีกาที่นอนสลบไปเพราะเสียงปรอทแตกของคาเมะเริ่มฟื้นขึ้นมา

เห็นเด็กน้อยคาเมะกะจินกำลังนั่งกอด
กันบนเตียงแถมดูสีหน้าของคาเมะสิ ดูมีความสุขซะเหลือเกินโอ้วววววววว

ช๊อค!!! ช๊อคซีนีม่า!!!
ไม่เจงงงงงงงงงงงงงงง ไอ้จิน ไอ้ปีศาจแกทำอย่างงี้ได้ยังงายยยยยย!!!

เสียงของอีกาดังลั่นไปทั่วรัศมี 5 กิโลเมตรเป็นอย่างต่ำ
อะไรของแกว่ะไอ้กาบ้า จินหันไปทางต้นเสียง คนกำลังจะหลอกเด็กอยู่

แหกปากมาได้
แก นั่นเด็กน่ะ แกยังทำได้ลงคอ!!! แล้วก็หยุดเรียกอย่างงั้นได้แล้วชั้นมีชื่อน่ะโว้ย
อีกาดิ้นไปดิ้นมาจนหลุดจากเชือกที่โดนมัดด้วยแรงโมโห

จากนั้นก็บินมาด่าจินยาวเป็นหางว่าว แถมบินมาจิกจินถึงที่
จึ๊ก ๆ ๆ ๆ ๆ กา ๆ ๆ จึ๊ก ๆ
โอ้ย ๆ ๆ ไอ้กาบ้า หยุดเดี๋ยวนี้น่ะโว้ยมันเจ๊บ
จินเอามือไล่ปัดแต่มือข้างนึงก็โอบกอดเด็กน้อยไว้กลัวคาเมะจะหล่นเตียง (ชิชะ)
เอ่อ คาเมะจะพูดขึ้นบ้าง แต่ก็พูดไม่ทันอีกาที่พูดมาเป็นชุด แถมพูดเป็นฝ่ายเดียว
จึงทำได้แต่ยอมให้จินโอบอยู่นั่นเอง(กอดอยู่นั่นแหละ เด็กเค้าเลิกร้องไห้แล้ว)
มันไม่ใช่อย่างที่แกคิดน้าาาาา. จินเถียง
เจ้าบ้าไม่ใช่อย่างที่ชั้นคิดแล้วจะให้คิดยังไง นี่แน่ะ !!! ๆ อีกาจิกต่อไป

ปล่อยให้คนกับอีกากัดกันไปดูแล้วก็สนุกดี ฮิฮิ
แล้วเด็กน้อยก็หัวเราะต่อไป หัวเราะกับมิตรภาพที่กำลังจะก่อเกิดขึ้นอีกในไม่ช้า
"พอ ๆ หยุด เข้าใจแล้ว"อีกาหยุดกระพือปีก บินร่อนลงมานอนแผ่บนเตียงข้าง ๆ กัน
"เฮ้อ เหนื่อย กว่าจะเข้าใจได้ ไอ้กาบ้า....."

จินยกมือเสยผมที่ยุ่งรุงรังให้เข้าทรงเหมือนเดิม


"คริ คริ " เสียงหัวเราะขำขันดังออกมาจากคนในอ้อมแขน
"หัวเราะอะไรเจ้าเด็กคนนี้นี่" จินหันมาจ้องหน้าคาเมะเมื่อเลิกตีกับอีกาแล้ว
"ฮิฮิ ก็คนอะไรไม่รู้ทะเลาะตบตีได้แม้แต่นก" หนูน้อยคาเมะหัวเราะท้องแข็งจน

จินอดหมั่นไส้ไม่ได้
"เชอะ!!!" พูดเสร็จก็ปล่อยเจ้าเด็กน้อยในอ้อมแขนออกทันที

"เราไปกันเถอะ ยู" จินเดินไปเก็บสัมภาระ โดยที่มีอีกากระโดดยอง ๆ ตามไป

(ไม่มีแรงบินแล้ว)
"เอ๋ คุณอีกานี่ชื่อ ยูเหรอครับ"คาเมะสงสัย
"อืม เมื่อก่อนมันเป็นคน แต่โดนสาป" จินหันมาพูดให้ฟังแต่มือก็กำลังเก็บของต่อไป

อีกาที่โดนพูดถึงก็มองไปยังพื้นเบื้องล่าง
"โดนสาป!!!" คาเมะได้ยินถึงกลับพิศวง จ้องมองอีกาอย่างหดหู่ใจ
"นายเคยได้ยินเรื่องสงครามศักดิ์สิทธิ์ไหม"จินหันไปถามเด็กน้อย

ข้าวของที่เก็บรู้สึกจะเรียบร้อยแล้ว
"เคยครับ แต่ว่าคุณครับ ...คุณจะเอาข้าวของ ของบ้านผมไปไหนน่ะครับ"

เด็กน้อยคาเมะนี่ซื่อโคตร


"......หุหุ..ก็เอาไปขายไงล่ะ..........." จินฉีกยิ้มกว้างให้

ฟิ้ว!!!! เสียงสายลมพัดคนที่เป็นเจ้าของบ้านและอีกาให้ยืนอึ้งทั้งคู่

"ไอ้บ้านี่เผลอไม่ได้ เอาอีกแล้ว ตายเหอะแกเอ้ยยยยย" ยูที่เป็นอีกา

กระโดดเตะขาคู่เข้าที่ใบหน้าหล่อของจินเข้าอย่างจัง

แอ็ก!!!


ภาพสโลวโมชั่นคนหล่อถูกอีกากระโดดเตะ ปรากฏมาทีละช๊อต ๆ น่าประทับใจจัง
ความภูมิใจของอีกาปรากฎขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายสิ้นฤทธิ์ สลบล้มพับลงไป
"เอาคืนทั้งต้นทั้งดอกเว้ย " ยูยืนเอาเท้ายันหน้าจินซึ่งสลบไปอย่างสะใจ

"เค้าจะตายรึเปล่าครับ" คาเมะผู้เห็นเหตุการณ์เอานิ้วจิ้มแก้มผู้ที่สลบไป กุจิ กุจิ

...นิ่มจังเลยเว้ย...

"เอาเถอะ พรุ่งนี้ก็คงฟื้นเองแหละ ยังไงก็ขอรบกวนนอนซักคืนได้ไหม" อีกายิ้ม
"ได้สิครับ ด้วยความเต็มใจ" เด็กน้อยยิ้มส่งตอบมาให้
"งั้นกระผมนาย นากามารุ ยูอิจิกับเจ้าโง่ฮาเมล จินขอรบกวนด้วยนะครับ"

อีกาทำท่าทางตะเบะให้อย่างขึงขัง

-------------------------------------------

ป่าไม้เขียวชอุ่มที่ร่ำลือกันว่าอุดมสมบูรณ์ที่สุขในแผ่นดินนี้

กลับมีแต่ซากของตอไม้ต่าง ๆ ดูคล้ายกับป้ายหลุมศพ
ที่ปักเรียงกันทอดยาวไปไกลสุดลูกหูลูกตา ไม่มีสิ่งมีชีวิต

ไม่มีเวลากลางวัน มีแต่เวลากลางคืน เวลาแห่งรัตติกาล
เวลาที่ปีศาจจากกล่องแพนโดร่าชอบเป็นพิเศษนัก
และจุดศูนย์กลางป่าแห่งนี้คือ หอคอยรัตติกาล

หอคอยที่ถูกชโลมด้วยเลือดมนุษย์นับแสนคนในสงครามศักดิ์สิทธิ์

และผู้ชนะสงครามก็คือ ราชันต์ปีศาจ

ผู้ที่หลับใหลตั้งแต่หมดสงครามก็ให้สี่ขุนพลปกครองแผ่นดินนี้อย่างอิสระ

สร้างความดือดร้อนให้สิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกใบนี้


ท่านอูเอดะ สมุนปลายแถวของเราสืบทราบมาว่า เจ้าชายจินพบจอกศักดิ์สิทธิ์แล้ว

สัตร์ประหลาดรูปร่างน่าเกลียดมีฟันแหลมตัวใหญ่มหีมาวิ่ง

เข้ามารายงานข่าวอย่างนอบน้อมต่อคนรูปร่างเล็กและเหมือนมนุษย์มากกว่า

ติดแค่มีปีกสีขาวที่ด้านหลังมากกว่า
ไม่คิดว่ามันจะสามารถหาได้เร็วอย่างงี้

อูเอดะ ขุนพลผู้นำกองทัพปีศาจกองพันวายุเปรยออกมา
เรารอคำสั่งท่านอยู่ สมุนตัวใหญ่รอฟังคำสั่ง
รอตอนค่ำค่อยบุกแล้วแย่งจอกศักดิ์สิทธิ์มาให้จงได้

ฆ่ามันแล้วเอาหัวมันมาให้ข้า

สั่งเสร็จก็สยายปีกอันงดงามที่งอกมาจากด้านหลังบินขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรี


-----------------------
ด้านหนึ่งหลังพุ่มไม้ใกล้ ๆ บ้านเด็กน้อย

วันนี้จะล้างแค้นเจ้าเด็กนั่นให้สาสมเลย ฮ่ะ ๆ

ท่านเดลมีคำสั่งด่วนจากท่านอูเอดะครับ

ม้วนกระดาษถูกยื่นมายังปีศาจที่ถือฆ้อนยักษ์

อืม.. เมื่อรับมาก็อ่านสารอย่างรีบเร่ง
หึหึหึ พอดิบพอดีเชียว ไอ้หนุ่มพเนจรนั่นเป็นไอ้เจ้าชายทรยศงั้นสิ

หึ แล้วไอ้เด็กนั่นก็.
ปีศาจหัวเราะชอบใจ

ร่างปีศาจถือฆ้อนยักษ์กำฆ้อนแน่นเมื่อนึกถึงอดีต
สายตาทอดไปยังบ้านหลังเล็กนั่น

แกฆ่าแม่ชั้นนนนนน ตายซะเถอะ

เด็กน้อยอายุราว ๆ 5 ขวบหยิบมีดทำครัววิ่งพุ่งจะฆ่าปีศาจ
แต่ถูกตบกระเด็นไปชนโต๊ะอย่างจัง
ไอ้เด็กน้อยตนนี้นี่น่าสงสาร ชั้นจะช่วยส่งแกไปหาแม่แกก็แล้วกัน โฮก!!!

ปีศาจส่งเสียงคำรามลั่น เดินตรงไปคว้าคอเสื้อของเด็กน้อย อย่างรวดเร็ว
แม่ครับ ฮือเด็กน้อยหันไปดูแม่ของตนซึ่งแน่นิ่งไม่ไหวติงในขณะเดียวกัน

ร่างปีศาจถือฆ้อนยักษ์หมายจะทุบเด็กน้อยให้ตาย
แง ๆ ๆ แม่ครับบบบบ แง ๆ คลื่นเสียงร้องไห้ดังยิ่งกว่าเสียงใด ๆ ในโลก

ทำให้ร่างปีศาจรีบปล่อยเด็กน้อยเอามืออุดหูอย่างรวดเร็ว

แต่เสียงร้องเข้าหูของปีศาจไปอย่างจังทำให้ปวดหูลงไปดิ้นทุรนทุรายกับพื้น
ไอ้เด็กเวร โอ้ยยยยยยยยยย คราวนี้ปีศาจทนไม่ไหวจึงรีบวิ่งหนีไป

เหลือแต่ร่างเด็กน้อยที่ กอดร่างไร้ชีวิตของมารดาเท่านั้นเอง

.
หึ คราวก่อนประมาทไปหน่อยไม่นึกว่ามันจะมีคลื่นเสียงที่มีพลังแบบนี้

ที่ผ่านมาชั้นมัวแต่รวบรวมกองทัพรับใช้องค์ราชันย์ปีศาจลืมแกไปเสียสนิท

แต่ 10 ปีที่ผ่านมาชั้นยังจำได้ดี หึ ไอ้เด็กเวร หวังว่ามันจะไม่ลืมชั้นหรอกน่ะ
รอยยิ้มที่เหี้ยมเกรียมปรากฎออกมาต่อหน้าลูกน้องปีศาจนับร้อยที่อยู่เบื้องหน้า

ไปฆ่ามัน!!!!
โห่!!!!!!!!!!!!!!!!!!เฮ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
กองทัพปีศาจนับร้อยตนต่างรุดหน้าวิ่งหมายเข้าโจมตีบ้านหลังน้อยอย่างหึกเหิม


เวลานี้คนข้างในบ้านจะเป็นยังไงติดตามตอนต่อไป

2007/May/24

จอมโจรทะเลทราย JIN x KAME ปาดิชาห์ที่ 1

------------------------------------------------------------------------------
สายลมที่พัดประทะกับใบหน้ามันช่างรู้สึกดีจริง ๆ เลย
ทำยังไงชั้นถึงจะได้เป็นอย่างสายลมบ้างน่ะ
เด็กหนุ่มรูปร่างบอบบาง ผิวขาวใสน่าทะนุถนอม
กำลังนั่งรับลมอยู่บนดาดฟ้าของตึกเรียนสูง 7 ชั้น
.
.
"คาซึยะ ..ทำไมนายไม่ตายตามพ่อแม่ของนายไปน่ะ!!!"
"ไอ้ตัวภาระ!!!"
"ออกไปจากบ้านชั้นเดี๋ยวนี้!!! ไอ้เด็กเหลือขอ"

จู่ ๆ คำพูดของญาติ ๆ ที่เค้าเหลืออยู่ มันก้องในหัวเต็มไปหมด
เหมือนกับว่าพวกเค้ากำลังพูดตระโกนด่าทออยู่ใกล้ ๆ ตัวเค้า
เนื้อตัวเค้าสั่นเทิ้ม จิตใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดหวัง และเศร้าใจอย่างมากมาย
เคยคิดว่าตัวเค้าอยู่ไปเพื่ออะไร อยู่ให้ญาติรุมด่า รุมว่า
ด้วยเหตุผลเดียวที่เค้าไม่มีสมบัติอะไรมาสังเวยแก่ญาติ ๆ น่ะเหรอ
ไอ้พวกเห็นแก่ได้ !!! เกลียดที่สุดเลย เกลียด
สู้ตายตายไปไม่ดีกว่าเรอะ ดีกว่าทนอยู่อย่างงี้

"เงินไม่มี ยี้ เหม็นสาบคนจน สงสัยต้องไปหาอะไรล้างซวยแล้วเนี้ย"
"ทำไมชั้นต้องมารับเลี้ยงแกด้วยน่ะ ไอ้เด็กเวร"

มันเจ๊บปวดที่หัวใจจนจุกที่อกข้างซ้าย มันทรมาน อึดอัดเหลือเกิน
ไม่รู้จะพูดว่าอะไรมากไปกว่าคำว่าเจ๊บ และทรมาน
น้ำตาเริ่มปริ่มคลอดวงตา เสียงสะอึกสะอื้นร่ำไห้มันเบาจน
แทบจะไม่ได้ยินเหมือนกับว่าเจ้าตัวไม่อยากให้อากาศรึว่าสายลม
ได้รับรู้ว่าเค้ากำลังร้องไห้

"ขอให้ผมร้องไห้เป็นครั้งสุดท้ายน่ะครับ พ่อครับ แม่ครับ..ฮึก..."

เด็กหนุ่มนั่งกอดเข่าร้องไห้จนตัวโยน ไม่มีใครปลอบ...
มีแค่สายลมที่อยู่เป็นเพื่อน
คอยพัดให้รู้สึกได้ว่ามีสาบลมอยู่ข้าง ๆ เท่านั้นเองจริง ๆ


ผมอยากเป็นดั่งสายลมที่มีอิสระ
ที่สามารถไปไหนต่อไหนได้ทุกที่
ผมอิจฉาสายลมเหลือเกิน
.
.
.
.
ลมไม่เคยหยุดกับที่
ลมมีความปรวนแปรและรุนแรง
ลมมีพละกำลังมหาศาล
และลมสามารถไปทุกที่ที่อยากจะไป
.
.
.
.
"ผมกำลังจะไปหาพ่อกับแม่น่ะครับ รอผมก่อนน่ะ"
เด็กหนุ่มยิ้มทั้งน้ำตา ดวงตาบ่งบอกได้ว่าเค้ามีความสุข...
เค้าลุกเดินไปที่รั้วเหล็กแล้วปีนขึ้นไป
กางมือออกแล้วก็.......
.
.
.
.
"คาเมะ!!! อย่า!!!"

--------------------------------------------------------------------------------
พรวด!!! เด็กหนุ่มตกใจตื่น จนผ้าห่มที่ห่มอยู่ตกลงไปอยู่ข้าง ๆ เตียง

"บ้าจริง ฝันอย่างงี้อีกแล้ว...." มือทั้งสองยกขึ้นมาลูบใบหน้าที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ
เรื่องก็ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว ทำไมมันยังวนเวียนฝันได้ฝันดีอยู่อีกนะ
แล้วเสียงนั่นอีก มันคือเสียงของใครกัน.....


เสียงนั้นยังจำได้ดี...

เสียงที่สามารถห้ามเค้าไม่ให้ฆ่าตัวตายในคราวนั้น

"นายยังมีชั้นอยู่น่ะ คาเมะ รอชั้นด้วย"
เสียงของผู้ชายคนนั้นมันยังก้องอยู่ในหัวตลอดเวลา
มันเหมือน...เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน


"ช่างมันเถอะน่า..." เจ้าตัวเลิกที่จะสนใจในคำถามนั้น
เพราะคิดไปก็ไม่สามารถหาคำตอบอันนั้นได้ ปวดหัวเปล่า ๆ


ตอนนี้ก็ออกจากบ้านญาติ ๆ มาอยู่คนเดียวที่ห้องเช่าขนาดเท่ารังหนู

แต่ค่าเช่าก็แพงลิบ
ช่วยไม่ได้นี่ก็ดันอยู่ซะในเมืองขนาดนี้ ไหนจะค่ากินอยู่อีก เฮ้อ กลุ้มใจ
เรียนก็เรียนไม่ค่อยจะเอาอ่าวอยู่ด้วย นี่ก็บุญโขแล้วที่จบม.6 มาได้
ร่างบางลุกขึ้นไปเปิดตู้เย็นหาน้ำมาดับกระหายแล้วก็เหลือบไปมองนาฬิกามิกกี้..


"เฮ้ย!!! 6 โมงแล้วเหรอว่ะ ตาย ๆ ๆ โดนด่าแน่เลยกู..."

เด็กหนุ่มขย้ำหัวตัวเองไปมา

ตามปกติแล้วเขาจะต้องตื่นตี 5 เพื่อไปทำงานพิเศษไปรับจ้าง

ประมูลปลาให้พวกพ่อค้าร้านขายปลา
รายได้เยอะอยู่เอาการ ถ้าไม่ทำงานนี้ก็คงไม่มีงานไหนที่มีรายได้งามเท่าแล้ว

แค่ตระโกนสู้ราคาให้มากกว่าสิบรึยี่สิบ
หึเรื่องปากเรื่องคอใครจะมาสู้คาเมะได้ เชอะ

ชั้นนี่แหละพ่อค้าปากตลาดของแท้
การที่เค้าได้มาทำงานที่นี้ทำให้คาเมะรู้สึกมีความสุขมาก ๆ

เค้าเริ่มเปลี่ยนตนเองจากคนที่เงียบ ๆ ในสมัยก่อน
กลายมาเป็นคนที่สนุกสนานร่าเริง แล้วคนแถวนี้ก็ล้วนแต่เป็นคนดีทั้งนั้น

แต่ว่าเพราะวันนี้ฝันถึงเรื่องนั้นอีกถึงทำให้ตื่นสาย

ร่างบางพยายามแต่งตัวให้เร็วที่สุด
จับนู่นจับนี่มาใส่มั่วกันไปหมด หมายจะรีบวิ่งไปให้ทันตลาดค้าประมูลปลา
แต่สุดท้ายเมื่อไปถึงที่ท่าเทียบเรือ ก็ไม่พบเรือซักลำ

คนที่ท่าเรือทั้งพ่อค้าทั้งชาวประมงก็เริ่มซากลับบ้านกลับช่องกันไปหมดแล้ว

"..เซ็งชะมัดเลย คนอุตส่าห์รีบวิ่งมาเชียวน่ะ แฮ่ก ๆ" ร่างบางหอบเล็กน้อยพร้อมกับ
เสียงบ่นที่ฟังไม่ค่อยได้ศัทพ์

"เฮ้ ไอ้หนุ่มหน้าสวยวันนี้นายมาสายนะ"

คุณลุงร้านขายปลาเดินเข้ามาทักทายอย่างอารมณ์ดี
เจ้าตัวรีบหันไปทางต้นเสียง พร้อมกับสีหน้ารับผิดอย่างเต็มที่
"ขอ..ขอโทษครับ พรุ่งนี้จะไม่ให้เป็นแบบนี้อีก"

คาเมะก้มหัวขอโทษใหญ่ ทำเอาคนแถว ๆ นั้นหัวเราะใหญ่
ก็เจ้าตัวรีบวิ่งมาพร้อมกับหัวฟู ๆ ที่ยังไม่ได้หวี แล้วมาก้มหัวงก ๆ

มันดูน่ารักน่าชังอย่างกะอะไรดี
"เอาเถอะ ๆ วันนี้ยังไงชั้นก็ได้ปลาดี ๆ ติดมาเหมือนกันนี่ ๆ ดู ๆ

.. อุว๊ะ ตายห่า ได้เวลาแล้วชั้นต้องไปเปิดร้านแล้วละ ไปก่อนน่ะไอ้หนุ่ม"
พูดเสร็จก็ตบบ่าซะแรงป๊าป ๆ หลายทีแล้วก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว

ทำเอาคาเมะหน้ายู่ไปได้พักนึง มันเจ๊บนะครับคุณลุง
ซักพักเมื่อสถานที่นี้ไม่หลงเหลือคนอยู่อยู่อีกเด็กหนุ่มจึงถือโอกาส
เดินเล่นแถว ๆ นั้นเพื่อปล่อยให้ร่างกายได้หายเหนื่อย

เอาเถอะไหน ๆ ก็วิ่งมาแล้ว
จะรีบกลับก็คงเหนื่อยฟรีอีก


ฟิ้ว!!! สายลมจากทะเลตอนเช้า ๆ นี่ดูเหงา ๆ ยังไงก็ไม่รู้นะ
มันทั้งหนาวทั้งอบอุ่นในคราเดียวกัน ...
เส้นขอบทะเลมันดูน่าค้นหาดี อยากรู้ว่าปลายสุดของมันจะเป็นที่ไหนกันน้า
แต่แล้วเขาก็ปล่อยความคิดของเขาให้ล่องลอยไปอยู่ตรงนั้นตรงโน้นบ้าง
เดินไปได้ซักพักก็ถูกขัดด้วยเสียงหวูดเรืออันดัง แสดงว่ากำลังจะมีเรือออกสู่ทะเล
เขาเงยหน้าไปดูที่ต้นเสียงก็พบกับบุคคลผู้คุ้นเคยกับเค้าอยู่บนเรือสำราญขนาดใหญ่
'เจ้าของอู่ต่อเรืออิมาอิ'
ซึบาสะ อิมาอิ


"ว่าไงคาเมะ !!!นายมาสายนะวันนี้!!!"

เสียงตะโกนทักทายที่แข่งกับเสียงหวูดเรือ
ทำให้คาเมะฟังไม่ค่อยถนัดแต่ก็พอรู้เรื่องบ้างจึงตอบทักทายไป
"ก็นิดหน่อยน่ะครับ คุณซึบาสะ"

"งั้นวันนี้ก็อดได้เงินงั้นดิ หึหึ" ซึบาสะแอบหัวเราะในลำคอ
พลางจับจ้องเด็กหนุ่มอย่างเห็นใจปนกับอยากแกล้งอยู่ซักหน่อย
ซึบาสะเองเป็นคนที่มีจิตใจดีงามมีน้ำใจกับผู้อื่นอยู่เสมอ

แต่กับคาเมะแล้วออกจะพิเศษนิดนึงตรงที่ว่า
คาเมะนั้นเหมือนน้องชายของเค้าที่ตายไปเมื่อหลายปีก่อน

เหมือนภาพซ้อนภาพยังไงยังงั้นเลย

"คุณซึบาสะครับบบบบ พอมีงานอะไรอื่นนอกจากนี้อีกไหมอ่ะ

พรุ่งนี้ผมต้องเอาเงินไปจ่ายค่าห้องด้วย
ไม่งั้นโดนคุณลุงเจ้าของบ้านเช่าเตะออกมาแน่ ๆ เลยนะคร้าบบบ "

น้ำเสียงของคาเมะใครได้
ฟังดูแล้ว มันหวานซะขนาดมดขึ้นได้ง่าย ๆ

ยิ่งเจ้าตัวทำตาแป๋วเข้าไปอีกเฮ้อไม่อยากพูด

"หยุด!!! หยุดเลยคาเมะ อย่าพูดด้วยน้ำเสียงอย่างงี้กับชั้นอีกน่ะ

บรื้อ!!! ขนลุกฟร่ะ" ซึบาสะรีบห้าม

"ฮ่า ๆ ๆ ตกลงมีงานไหมครับ เฮีย" คาเมะตั้งใจถามอีกครั้ง

"ไอ้น่ารักก็น่ารักอยู่แต่อย่าไปอ้อนแบบนี้กับใครคนอื่นที่ไม่ใช่ชั้นแล้วกัน....

ระวังโดนปล้ำไม่รู้ด้วยนะ"...
"คุณซึบาซะ!!!" คาเมะตระโกนโวยวายใหญ่

แต่คนที่อยู่บนเรือหัวเราะท้องแข็งจนน้ำตาเล็ด
"อ่อ มีงานนึงแต่ไม่รู้ว่าเธอจะทำรึเปล่าน่ะ"

"งานอะไรเหรอครับ ผมทำได้ทั้งงั้นแหละ" คาเมะตะโกนตอบ
"แต่เธอต้องไปต่างประเทศนะ "
"ต่างประเทศเหรอครับ" คราวนี้เริ่มคิดนาน
"อืม เดินทางเป็นเดือน ๆ เลย "
"ก็ดีนี่ครับ"
"อ้าวแล้วโรงเรียนเธอล่ะ"
"โรงเรียนอะไรเหรอครับ อ่า อ่อ ซึบาสะครับผมเรียนจบม.6 แล้วนะครับ "

คาเมะตะโกนตอบกลับไปอีก
"เอ่อ ลืมโทษที นายมันหน้าอ่อนเกินน่ะ

งั้นนายไปเก็บเสื้อผ้าย้ายบ้านมาอยู่เรือชั้นดีกว่า...เราจะไปทำงานที่ตุรกีกัน "


"ตุรกี!!!"คาเมะตกใจ อึ้งไปชั่วครู่แต่ก็กลับมาเป็นเหมือนปกติได้อย่างรวดเร็ว

"อืม พอดีชั้นจะไปเจรจาเรื่องอู่ต่อเรือที่อิสตันบลู

เธอมาเป็นเลขาชั้นหน่อยละกัน ตกลงรับงานไหมคาเมะนาชิ"
พูดเสร็จก็ยิ้มอย่างใจดี

"โห ถ้าไม่รับงานนี้ก็บ้าแล้วครับ"คาเมะยิ้มน้อย ๆ อย่างดีใจ

เค้าจะได้ไปต่างประเทศก็คราวนี้แหละ
แถมได้ไปกับเรือสำราญสุดหรูของเจ้าของอู่ต่อเรือที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นอีกด้วย

"อีก 3 ชั่วโมง เรือจะออกแล้ว รีบไปเก็บของซะคาเมะนาชิ!!!

เอ้าเร็ว ๆ เข้า เดี๋ยวไม่ได้ไปเที่ยวไม่รู้ด้วยน่ะ ฮ่ะ ๆ ๆ "
ซึบาสะเต๊ะท่าชี้นิ้วสั่งคาเมะทันที

"อ่ะ ๆ 3 ชั่วโมง ครับ ๆ ได้ครับ จะรีบไปเดี๋ยวนี้เลย"

แล้วคาเมะก็ลุกลี้ลุกลนรีบวิ่งกลับไปทันที
แล้วก็มีเสียงหัวเราะของคนบนเรือตบท้ายอีกหลายคน

ที่เห็นท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูของคาเมะที่เอ๋อ ๆ ไปซักนิด

"แฮ่ก ๆ ๆ เหนื่อยโว้ย วิ่งไปวิ่งกลับอย่างนี้

ผอมตายแน่เลยชั้น..เฮ้อ" เมื่อมาถึงที่พักก็รีบเก็บของแพ็ค
ใส่กล่องอย่างดี 2-3 กล่อง อันที่จริงเค้าเก็บของ

ตั้งนานแล้วเพราะพรุ่งนี้ถ้าหาเงินมาจ่ายค่าเช่าไม่ทันก็โดน
ไล่ออกจากที่พักเหมือนกัน เลยแพ็คของกันพลาด

ไม่นานเค้าก็เก็บของเสร็จปัญหาใหม่ก็เกิดขึ้นทันที

"แล้วจะเอากล่องกะของพวกนี้ไปที่เรือยังไงหว่า"
ร่างบางเกาหัว แล้วก็หันซ้ายหันขวา รถแท็กซี่ไงล่ะ
ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์กดเบอร์เรียกรถแท็กซี่
แต่ยังไม่ทันจะกดเบอร์ก็มีเสียงรถยนตร์บีบแตรเสียงดัง
ปี๊น ๆ ๆ เสียงมาจากรถสปอต์สีดำ

มีหน้ารถบ่งบอกได้เลยว่าเป็นเสือจากัวส์ประดับอยู่ข้างหน้า

"คาเมะนาชิเสร็จรึยัง ฉันมารับแล้ว ปี๊น ๆ ๆ ปี้นนนนนนนนนนน"

ซึบาสะกดเสียงแตรซะยาว

ปี๊น ๆ ๆ
"อ่าเสร็จแล้วครับ เสร็จแล้ว ว่าแต่ว่า บีบแตรเบา ๆ

หน่อยดิครับเกรงใจชาวบ้านชาวช่องเค้าหน่อยก็ดีน่ะครับ เดี๋ยวก็ซวยกันพอดี"
คาเมะรีบออกมาอย่างเร็วกลัวเจ้านายหมาด ๆ

อย่างซึบาสะต้องโดนคนแถว ๆ

นี้ขว้างของมาต้อนรับแน่ ๆ
โดนซึบาสะน่ะโดนได้แต่คนที่จะซวยไปด้วยนะมันเค้าด้วยตะหาก
ไม่อยากให้รถจากัวส์คันงามยุบ

"เอ่อ น่ามารับแล้วก็น่าจะขอบคุณน่ะนี่

เร็วไปขนของมาได้แล้ว เวลาเป็นเงินเป็นทองโว้ย"
"คร้าบบบบบบ"แล้วเจ้าตัวก็หายไปในบ้านแล้วก็

กลับออกมาพร้อมกับกล่องใหญ่ ๆ 2 กล่องซ้อนกัน
"เฮ้ยคาเมะแกแบกมาได้ไงว่ะตั้ง 2 กล่องแน่ะ"
"อ่อ ข้างบนมันใส่พวกของว่างน่ะครับ แฮะ ๆ "ของว่างที่ว่ามันก็ว่างจริง ๆ นั่นแหละ
ของของคาเมะแค่กล่องเดียวก็หมดแล้ว

ไอ้ข้างบนมันยังไม่ได้พับน่ะสิก็เลยแบกมันออกมาทั้งอย่างงี้เลย

"หมดรึยัง"
"อ่อ เหลืออีกกล่องครับ แล้วก็เอากุญแจไปคืนเจ้าของที่พักด้วย

รอแป้ปน่ะครับเจ้านาย"ยิ้มหวานนนนนใส่
"เชอะ ยิ้มอย่างเงี้ยใช้กับชั้นไม่ได้ผลหร๊อก"

ซึบาสะหัวเราะกับตัวเองขณะที่รอลูกน้องหมาด ๆ อยู่บนรถ
"โอเคครับเจ้านายไปกันเลย ของของผมหมดแล้ว"

คาเมะเสร็จธุระก็กระโดดขึ้นรถคันงามไปยังจุดหมายเพื่อออกเดินทาง

เมื่อมาถึงท่าเรือ
โอ้โห!!! แม่เจ้าโว้ย เรือโคตรจะใหญ่เลย
คาเมะลากของส่งให้คนเรือพลางจับจ้องพาหนะหรูที่ตนจะได้โดยสารอย่างไม่เชื่อตาตัวเอง

"คุณซึบาสะ เรือลำนี้มันชื่ออะไรเหรอ โคตรจะอลังการงานสร้างเลย"

คาเมะยื่นมือไปดึงชายเสื้อของซึบาสะให้หันมาตอบ

ข้อสงสัยดูทำหน้าทำตาเข้าทำอย่างกะไม่เคยเห็นเรือเฟอร์รี่ไปได้

ขนาดลำเรือก็ใหญ่โตเทียบได้ว่าเท่า ๆ กับเรือเดินสมุทรของกองทัพสหรัฐเลยนะ
แล้วความสวยงามของเรือก็ดูงดงาม มีลวดลายประดับตกแต่งออกแนวทอง ๆ อีก

โห นั่นถ้าดูไม่ผิดนั่นมัน พลอยไพลินเม็ดเท่าไข่ห่านประดับไว้ที่หัวเรือ
พร้อมกับรูปเทพเจ้าอาทิสมิสอีก หรูหรา คลาสสิก เว่อร์ เลิศอลังการ
"มันคือคาราคัล " ซึบาสะพูดออกมาอย่างภาคภูมิใจ

ดูได้จากสีหน้าและท่าทาง แต่คาเมะทำหน้างง ๆ
มันคือภาษาอะไร ซึบาสะหันมามองก็พอรู้ว่ามันไม่เข้าใจอะไรเลย

แล้วก็ขยายความอีกให้คาเมะได้หายสงสัย
"คาราคัลคือชื่อของแมวป่าที่อาศัยอยู่ในทะเลทรายและล่าเหยื่อในตอนกลางคืน

แต่ในคาราคัลภาษาตุรกีแปลว่าใบหูดำ"
คาเมะได้แต่ทำหน้าเออออไปอย่างงั้น ๆ แหละ

ในเมื่อเค้าไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับตุรกีเลยซักอย่าง
เหอะ ๆ เค้าทำทำงานนี้ได้ไหมน่ะ

ยังไม่รู้อะไรเลยก็โดดตามเค้ามาแล้วอ่ะเรา คาเมะสะอื้นในหัวอก
"เอาเถอะ ขึ้นไปกันได้แล้ว วันนี้นายจะได้อยู่กับบ้านที่หรูที่สุด

ของนายแล้วนะคาเมะ"ซึบาสะดันหลังคาเมะให้ขึ้นเรือ
จากนั้นไม่นานเรือก็ก็แล่นห่างไปจากแผ่นดิน ไกลออกไปทุกที ๆ

จนมองเห็นฝั่งท่าเรือเป็นแค่เส้นขอบบาง ๆ
เท่านั้น

และแล้ว......

สองชั่วโมงแรกที่ขึ้นเรือคาเมะเกิดอาการเมาเรืออย่างหนัก

กว่าจะสามารถพูดคุยกันได้ก็เล่นเอาซึบาสะแย่

ไปด้วยมัวแต่ห่วงว่าคาเมะจะตายเอาจริง ๆ
"เฮ้ย อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปฉันยังไม่ได้เห็นแกแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาเลยน่ะโว้ย"
"แล้วซึบาสะไม่แต่งเหรอครับ มารอผมแต่งก่อนได้ไง..อุ้บ..อ้วก!!! โฮก!!!"
คนป่วยอย่างคาเมะนี่ขี้เล่นไม่ใช่ย่อยแต่ก็อย่างว่าอ้วกแตกอ้วกแตนเป็นเหมือนกัน

"เออ ๆ ทำพูดดีไป สาธุ!!!ถ้าไอ้เต่าตัวนี้แต่งงานก่อนอิมาอิ

ซึบาสะ คนนี้ขอให้มันมีแฟนเป็นผู้ชายเลยเอ้า เพี้ยง!!!"
ซึบาสะทำท่ายกมืออธิษฐานแล้วก็เป่าลมรดหัวคาเมะที่นอนป่วยอยู่

ซึบาสะแอบหัวเราะสะใจที่แกล้งเจ้าเต่าได้
"ตายแล้วคุณซึบาสะมาแช่งกันอย่างงี้ได้ยังไง

ถึงผมจะตัวเล็กแต่ก็แมนนะครับ แมน ครับ แมน" ร่างบางทำหน้างอน ๆ
"เออ ก็แค่พูดเล่น ๆ แค่นี้ทำงอน เอ้านอนพักซะ หายเร็ว ๆ

พรุ่งนี้ก็คงน่าจะชินกับเรือได้แล้วนะ"ซึบาสะ ลุกขึ้นพร้อมกับขยี้หัวเจ้าเต่าน้อยอย่างเอ็นดู

"คร้าบบบบบบเจ้านาย" คาเมะทำท่าตะเบะให้แล้วก็ยิ้มหวานตบท้ายให้อีกที
"หึ เป็นเต่าแท้ ๆ ดันเมาทะเล"ซึบาสะบ่นพึมพัมหลังจากออกจากห้องไปทำงานต่อ
เมื่อลับสายตาเด็กหนุ่มตัดสินใจนอนหลับพักผ่อนอย่างจริงจังซะที

ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่ดูหรูหราไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ราคาแพง
เด็กหนุ่มนอนกระสับกระส่ายด้วยความทรมาน นี่ไม่ใช่อาการของคนเมาเรืออย่างเดียวซะแล้ว
แต่เค้ากำลังมีไข้ขึ้นสูง

คืนนั้นทั้งคืนคาเมะรู้สึกพะอืดพะอมเหลือเกิน

ปวดหัวแทบจะระเบิดได้อยู่แล้ว
ยาก็กินจนมันจะหมดกระปุกแล้วแต่ทำไมมันยังปวด

ทรมานอย่างงี้
คาเมะยกมือมาจับที่หน้าผาก ปาดเหงื่อที่ผุดออกมา

หน้าเค้าแดงมากแต่คาเมะก็ไม่มีแรงพอที่จะทำอะไรได้
จึงทำได้แค่พยายามข่มตาหลับเท่านั้น

"พ่อครับแม่ครับ" คาเมะเพ้อเรียกหาพ่อกับแม่
".........................."
"........พ่อ.............ใครน่ะ....."

ตอนนี้คาเมะอยู่ในอาการครึ่งหลับครึ่งตื่น

"คาเมะ..."เสียงเรียกที่เบาราวกับสายลมลอยพัดเข้ามา
"คา.....เมะ....รอ....." เสียงเริ่มดังขึ้น

"ใคร...." คาเมะเพ้อด้วยพิษไข้

"คาเมะ รอชั้นนะ" เสียงนั้นเรียกชื่อเค้าอีกแล้ว

คราวนี้ได้ยินชัดเจนราวกับมากระซิบที่ข้าง ๆ หู

"ใคร...เรียกฉัน" คาเมะเพ้อหนักกว่าเก่า

เสียงนั้นมันหลอนเค้าอีกแล้ว เสียงเดียวกับที่ห้ามเขาไว้คราวนั้น

เสียงของใครกันแน่...
อาการเพ้อทำให้คาเมะค่อย ๆ หมดแรงและก็หมดสติไป


to be con .......

2007/Mar/19

เย้ในที่สุดก็ปิดเทอมซักที

รอโคตรนานเลยกว่าจะปิดได้ก็นะ รอกันเหงือกแห้งเลย

คิดดูว่ามหาลัยบูรพาปิดช้าแต่เปิดเร็วกว่ามหาลัยอื่น

สองอาทิตย์ เพื่ออะไรมหาลัยอื่นเค้าปิดกันจน

สาว ๆ มออื่นน้ำหนักขึ้นหลายโลแล้ว

เฮ้อ แต่ช่างเถอะชั้นก็ได้หยุดเรียนซักที

เซ็งเบื่อ