จอมโจรทะเลทราย JIN x KAME ปาดิชาห์ที่ 1
------------------------------------------------------------------------------
สายลมที่พัดประทะกับใบหน้ามันช่างรู้สึกดีจริง ๆ เลย
ทำยังไงชั้นถึงจะได้เป็นอย่างสายลมบ้างน่ะ
เด็กหนุ่มรูปร่างบอบบาง ผิวขาวใสน่าทะนุถนอม
กำลังนั่งรับลมอยู่บนดาดฟ้าของตึกเรียนสูง 7 ชั้น
.
.
"คาซึยะ ..ทำไมนายไม่ตายตามพ่อแม่ของนายไปน่ะ!!!"
"ไอ้ตัวภาระ!!!"
"ออกไปจากบ้านชั้นเดี๋ยวนี้!!! ไอ้เด็กเหลือขอ"
จู่ ๆ คำพูดของญาติ ๆ ที่เค้าเหลืออยู่ มันก้องในหัวเต็มไปหมด
เหมือนกับว่าพวกเค้ากำลังพูดตระโกนด่าทออยู่ใกล้ ๆ ตัวเค้า
เนื้อตัวเค้าสั่นเทิ้ม จิตใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดหวัง และเศร้าใจอย่างมากมาย
เคยคิดว่าตัวเค้าอยู่ไปเพื่ออะไร อยู่ให้ญาติรุมด่า รุมว่า
ด้วยเหตุผลเดียวที่เค้าไม่มีสมบัติอะไรมาสังเวยแก่ญาติ ๆ น่ะเหรอ
ไอ้พวกเห็นแก่ได้ !!! เกลียดที่สุดเลย เกลียด
สู้ตายตายไปไม่ดีกว่าเรอะ ดีกว่าทนอยู่อย่างงี้
"เงินไม่มี ยี้ เหม็นสาบคนจน สงสัยต้องไปหาอะไรล้างซวยแล้วเนี้ย"
"ทำไมชั้นต้องมารับเลี้ยงแกด้วยน่ะ ไอ้เด็กเวร"
มันเจ๊บปวดที่หัวใจจนจุกที่อกข้างซ้าย มันทรมาน อึดอัดเหลือเกิน
ไม่รู้จะพูดว่าอะไรมากไปกว่าคำว่าเจ๊บ และทรมาน
น้ำตาเริ่มปริ่มคลอดวงตา เสียงสะอึกสะอื้นร่ำไห้มันเบาจน
แทบจะไม่ได้ยินเหมือนกับว่าเจ้าตัวไม่อยากให้อากาศรึว่าสายลม
ได้รับรู้ว่าเค้ากำลังร้องไห้
"ขอให้ผมร้องไห้เป็นครั้งสุดท้ายน่ะครับ พ่อครับ แม่ครับ..ฮึก..."
เด็กหนุ่มนั่งกอดเข่าร้องไห้จนตัวโยน ไม่มีใครปลอบ...
มีแค่สายลมที่อยู่เป็นเพื่อน
คอยพัดให้รู้สึกได้ว่ามีสาบลมอยู่ข้าง ๆ เท่านั้นเองจริง ๆ
ผมอยากเป็นดั่งสายลมที่มีอิสระ
ที่สามารถไปไหนต่อไหนได้ทุกที่
ผมอิจฉาสายลมเหลือเกิน
.
.
.
.
ลมไม่เคยหยุดกับที่
ลมมีความปรวนแปรและรุนแรง
ลมมีพละกำลังมหาศาล
และลมสามารถไปทุกที่ที่อยากจะไป
.
.
.
.
"ผมกำลังจะไปหาพ่อกับแม่น่ะครับ รอผมก่อนน่ะ"
เด็กหนุ่มยิ้มทั้งน้ำตา ดวงตาบ่งบอกได้ว่าเค้ามีความสุข...
เค้าลุกเดินไปที่รั้วเหล็กแล้วปีนขึ้นไป
กางมือออกแล้วก็.......
.
.
.
.
"คาเมะ!!! อย่า!!!"
--------------------------------------------------------------------------------
พรวด!!! เด็กหนุ่มตกใจตื่น จนผ้าห่มที่ห่มอยู่ตกลงไปอยู่ข้าง ๆ เตียง
"บ้าจริง ฝันอย่างงี้อีกแล้ว...." มือทั้งสองยกขึ้นมาลูบใบหน้าที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ
เรื่องก็ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว ทำไมมันยังวนเวียนฝันได้ฝันดีอยู่อีกนะ
แล้วเสียงนั่นอีก มันคือเสียงของใครกัน.....
เสียงนั้นยังจำได้ดี...
เสียงที่สามารถห้ามเค้าไม่ให้ฆ่าตัวตายในคราวนั้น
"นายยังมีชั้นอยู่น่ะ คาเมะ รอชั้นด้วย"
เสียงของผู้ชายคนนั้นมันยังก้องอยู่ในหัวตลอดเวลา
มันเหมือน...เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
"ช่างมันเถอะน่า..." เจ้าตัวเลิกที่จะสนใจในคำถามนั้น
เพราะคิดไปก็ไม่สามารถหาคำตอบอันนั้นได้ ปวดหัวเปล่า ๆ
ตอนนี้ก็ออกจากบ้านญาติ ๆ มาอยู่คนเดียวที่ห้องเช่าขนาดเท่ารังหนู
แต่ค่าเช่าก็แพงลิบ
ช่วยไม่ได้นี่ก็ดันอยู่ซะในเมืองขนาดนี้ ไหนจะค่ากินอยู่อีก เฮ้อ กลุ้มใจ
เรียนก็เรียนไม่ค่อยจะเอาอ่าวอยู่ด้วย นี่ก็บุญโขแล้วที่จบม.6 มาได้
ร่างบางลุกขึ้นไปเปิดตู้เย็นหาน้ำมาดับกระหายแล้วก็เหลือบไปมองนาฬิกามิกกี้..
"เฮ้ย!!! 6 โมงแล้วเหรอว่ะ ตาย ๆ ๆ โดนด่าแน่เลยกู..."
เด็กหนุ่มขย้ำหัวตัวเองไปมา
ตามปกติแล้วเขาจะต้องตื่นตี 5 เพื่อไปทำงานพิเศษไปรับจ้าง
ประมูลปลาให้พวกพ่อค้าร้านขายปลา
รายได้เยอะอยู่เอาการ ถ้าไม่ทำงานนี้ก็คงไม่มีงานไหนที่มีรายได้งามเท่าแล้ว
แค่ตระโกนสู้ราคาให้มากกว่าสิบรึยี่สิบ
หึเรื่องปากเรื่องคอใครจะมาสู้คาเมะได้ เชอะ
ชั้นนี่แหละพ่อค้าปากตลาดของแท้
การที่เค้าได้มาทำงานที่นี้ทำให้คาเมะรู้สึกมีความสุขมาก ๆ
เค้าเริ่มเปลี่ยนตนเองจากคนที่เงียบ ๆ ในสมัยก่อน
กลายมาเป็นคนที่สนุกสนานร่าเริง แล้วคนแถวนี้ก็ล้วนแต่เป็นคนดีทั้งนั้น
แต่ว่าเพราะวันนี้ฝันถึงเรื่องนั้นอีกถึงทำให้ตื่นสาย
ร่างบางพยายามแต่งตัวให้เร็วที่สุด
จับนู่นจับนี่มาใส่มั่วกันไปหมด หมายจะรีบวิ่งไปให้ทันตลาดค้าประมูลปลา
แต่สุดท้ายเมื่อไปถึงที่ท่าเทียบเรือ ก็ไม่พบเรือซักลำ
คนที่ท่าเรือทั้งพ่อค้าทั้งชาวประมงก็เริ่มซากลับบ้านกลับช่องกันไปหมดแล้ว
"..เซ็งชะมัดเลย คนอุตส่าห์รีบวิ่งมาเชียวน่ะ แฮ่ก ๆ" ร่างบางหอบเล็กน้อยพร้อมกับ
เสียงบ่นที่ฟังไม่ค่อยได้ศัทพ์
"เฮ้ ไอ้หนุ่มหน้าสวยวันนี้นายมาสายนะ"
คุณลุงร้านขายปลาเดินเข้ามาทักทายอย่างอารมณ์ดี
เจ้าตัวรีบหันไปทางต้นเสียง พร้อมกับสีหน้ารับผิดอย่างเต็มที่
"ขอ..ขอโทษครับ พรุ่งนี้จะไม่ให้เป็นแบบนี้อีก"
คาเมะก้มหัวขอโทษใหญ่ ทำเอาคนแถว ๆ นั้นหัวเราะใหญ่
ก็เจ้าตัวรีบวิ่งมาพร้อมกับหัวฟู ๆ ที่ยังไม่ได้หวี แล้วมาก้มหัวงก ๆ
มันดูน่ารักน่าชังอย่างกะอะไรดี
"เอาเถอะ ๆ วันนี้ยังไงชั้นก็ได้ปลาดี ๆ ติดมาเหมือนกันนี่ ๆ ดู ๆ
.. อุว๊ะ ตายห่า ได้เวลาแล้วชั้นต้องไปเปิดร้านแล้วละ ไปก่อนน่ะไอ้หนุ่ม"
พูดเสร็จก็ตบบ่าซะแรงป๊าป ๆ หลายทีแล้วก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว
ทำเอาคาเมะหน้ายู่ไปได้พักนึง มันเจ๊บนะครับคุณลุง
ซักพักเมื่อสถานที่นี้ไม่หลงเหลือคนอยู่อยู่อีกเด็กหนุ่มจึงถือโอกาส
เดินเล่นแถว ๆ นั้นเพื่อปล่อยให้ร่างกายได้หายเหนื่อย
เอาเถอะไหน ๆ ก็วิ่งมาแล้ว
จะรีบกลับก็คงเหนื่อยฟรีอีก
ฟิ้ว!!! สายลมจากทะเลตอนเช้า ๆ นี่ดูเหงา ๆ ยังไงก็ไม่รู้นะ
มันทั้งหนาวทั้งอบอุ่นในคราเดียวกัน ...
เส้นขอบทะเลมันดูน่าค้นหาดี อยากรู้ว่าปลายสุดของมันจะเป็นที่ไหนกันน้า
แต่แล้วเขาก็ปล่อยความคิดของเขาให้ล่องลอยไปอยู่ตรงนั้นตรงโน้นบ้าง
เดินไปได้ซักพักก็ถูกขัดด้วยเสียงหวูดเรืออันดัง แสดงว่ากำลังจะมีเรือออกสู่ทะเล
เขาเงยหน้าไปดูที่ต้นเสียงก็พบกับบุคคลผู้คุ้นเคยกับเค้าอยู่บนเรือสำราญขนาดใหญ่
'เจ้าของอู่ต่อเรืออิมาอิ'
ซึบาสะ อิมาอิ
"ว่าไงคาเมะ !!!นายมาสายนะวันนี้!!!"
เสียงตะโกนทักทายที่แข่งกับเสียงหวูดเรือ
ทำให้คาเมะฟังไม่ค่อยถนัดแต่ก็พอรู้เรื่องบ้างจึงตอบทักทายไป
"ก็นิดหน่อยน่ะครับ คุณซึบาสะ"
"งั้นวันนี้ก็อดได้เงินงั้นดิ หึหึ" ซึบาสะแอบหัวเราะในลำคอ
พลางจับจ้องเด็กหนุ่มอย่างเห็นใจปนกับอยากแกล้งอยู่ซักหน่อย
ซึบาสะเองเป็นคนที่มีจิตใจดีงามมีน้ำใจกับผู้อื่นอยู่เสมอ
แต่กับคาเมะแล้วออกจะพิเศษนิดนึงตรงที่ว่า
คาเมะนั้นเหมือนน้องชายของเค้าที่ตายไปเมื่อหลายปีก่อน
เหมือนภาพซ้อนภาพยังไงยังงั้นเลย
"คุณซึบาสะครับบบบบ พอมีงานอะไรอื่นนอกจากนี้อีกไหมอ่ะ
พรุ่งนี้ผมต้องเอาเงินไปจ่ายค่าห้องด้วย
ไม่งั้นโดนคุณลุงเจ้าของบ้านเช่าเตะออกมาแน่ ๆ เลยนะคร้าบบบ "
น้ำเสียงของคาเมะใครได้
ฟังดูแล้ว มันหวานซะขนาดมดขึ้นได้ง่าย ๆ
ยิ่งเจ้าตัวทำตาแป๋วเข้าไปอีกเฮ้อไม่อยากพูด
"หยุด!!! หยุดเลยคาเมะ อย่าพูดด้วยน้ำเสียงอย่างงี้กับชั้นอีกน่ะ
บรื้อ!!! ขนลุกฟร่ะ" ซึบาสะรีบห้าม
"ฮ่า ๆ ๆ ตกลงมีงานไหมครับ เฮีย" คาเมะตั้งใจถามอีกครั้ง
"ไอ้น่ารักก็น่ารักอยู่แต่อย่าไปอ้อนแบบนี้กับใครคนอื่นที่ไม่ใช่ชั้นแล้วกัน....
ระวังโดนปล้ำไม่รู้ด้วยนะ"...
"คุณซึบาซะ!!!" คาเมะตระโกนโวยวายใหญ่
แต่คนที่อยู่บนเรือหัวเราะท้องแข็งจนน้ำตาเล็ด
"อ่อ มีงานนึงแต่ไม่รู้ว่าเธอจะทำรึเปล่าน่ะ"
"งานอะไรเหรอครับ ผมทำได้ทั้งงั้นแหละ" คาเมะตะโกนตอบ
"แต่เธอต้องไปต่างประเทศนะ "
"ต่างประเทศเหรอครับ" คราวนี้เริ่มคิดนาน
"อืม เดินทางเป็นเดือน ๆ เลย "
"ก็ดีนี่ครับ"
"อ้าวแล้วโรงเรียนเธอล่ะ"
"โรงเรียนอะไรเหรอครับ อ่า อ่อ ซึบาสะครับผมเรียนจบม.6 แล้วนะครับ "
คาเมะตะโกนตอบกลับไปอีก
"เอ่อ ลืมโทษที นายมันหน้าอ่อนเกินน่ะ
งั้นนายไปเก็บเสื้อผ้าย้ายบ้านมาอยู่เรือชั้นดีกว่า...เราจะไปทำงานที่ตุรกีกัน "
"ตุรกี!!!"คาเมะตกใจ อึ้งไปชั่วครู่แต่ก็กลับมาเป็นเหมือนปกติได้อย่างรวดเร็ว
"อืม พอดีชั้นจะไปเจรจาเรื่องอู่ต่อเรือที่อิสตันบลู
เธอมาเป็นเลขาชั้นหน่อยละกัน ตกลงรับงานไหมคาเมะนาชิ"
พูดเสร็จก็ยิ้มอย่างใจดี
"โห ถ้าไม่รับงานนี้ก็บ้าแล้วครับ"คาเมะยิ้มน้อย ๆ อย่างดีใจ
เค้าจะได้ไปต่างประเทศก็คราวนี้แหละ
แถมได้ไปกับเรือสำราญสุดหรูของเจ้าของอู่ต่อเรือที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นอีกด้วย
"อีก 3 ชั่วโมง เรือจะออกแล้ว รีบไปเก็บของซะคาเมะนาชิ!!!
เอ้าเร็ว ๆ เข้า เดี๋ยวไม่ได้ไปเที่ยวไม่รู้ด้วยน่ะ ฮ่ะ ๆ ๆ "
ซึบาสะเต๊ะท่าชี้นิ้วสั่งคาเมะทันที
"อ่ะ ๆ 3 ชั่วโมง ครับ ๆ ได้ครับ จะรีบไปเดี๋ยวนี้เลย"
แล้วคาเมะก็ลุกลี้ลุกลนรีบวิ่งกลับไปทันที
แล้วก็มีเสียงหัวเราะของคนบนเรือตบท้ายอีกหลายคน
ที่เห็นท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูของคาเมะที่เอ๋อ ๆ ไปซักนิด
"แฮ่ก ๆ ๆ เหนื่อยโว้ย วิ่งไปวิ่งกลับอย่างนี้
ผอมตายแน่เลยชั้น..เฮ้อ" เมื่อมาถึงที่พักก็รีบเก็บของแพ็ค
ใส่กล่องอย่างดี 2-3 กล่อง อันที่จริงเค้าเก็บของ
ตั้งนานแล้วเพราะพรุ่งนี้ถ้าหาเงินมาจ่ายค่าเช่าไม่ทันก็โดน
ไล่ออกจากที่พักเหมือนกัน เลยแพ็คของกันพลาด
ไม่นานเค้าก็เก็บของเสร็จปัญหาใหม่ก็เกิดขึ้นทันที
"แล้วจะเอากล่องกะของพวกนี้ไปที่เรือยังไงหว่า"
ร่างบางเกาหัว แล้วก็หันซ้ายหันขวา รถแท็กซี่ไงล่ะ
ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์กดเบอร์เรียกรถแท็กซี่
แต่ยังไม่ทันจะกดเบอร์ก็มีเสียงรถยนตร์บีบแตรเสียงดัง
ปี๊น ๆ ๆ เสียงมาจากรถสปอต์สีดำ
มีหน้ารถบ่งบอกได้เลยว่าเป็นเสือจากัวส์ประดับอยู่ข้างหน้า
"คาเมะนาชิเสร็จรึยัง ฉันมารับแล้ว ปี๊น ๆ ๆ ปี้นนนนนนนนนนน"
ซึบาสะกดเสียงแตรซะยาว
ปี๊น ๆ ๆ
"อ่าเสร็จแล้วครับ เสร็จแล้ว ว่าแต่ว่า บีบแตรเบา ๆ
หน่อยดิครับเกรงใจชาวบ้านชาวช่องเค้าหน่อยก็ดีน่ะครับ เดี๋ยวก็ซวยกันพอดี"
คาเมะรีบออกมาอย่างเร็วกลัวเจ้านายหมาด ๆ
อย่างซึบาสะต้องโดนคนแถว ๆ
นี้ขว้างของมาต้อนรับแน่ ๆ
โดนซึบาสะน่ะโดนได้แต่คนที่จะซวยไปด้วยนะมันเค้าด้วยตะหาก
ไม่อยากให้รถจากัวส์คันงามยุบ
"เอ่อ น่ามารับแล้วก็น่าจะขอบคุณน่ะนี่
เร็วไปขนของมาได้แล้ว เวลาเป็นเงินเป็นทองโว้ย"
"คร้าบบบบบบ"แล้วเจ้าตัวก็หายไปในบ้านแล้วก็
กลับออกมาพร้อมกับกล่องใหญ่ ๆ 2 กล่องซ้อนกัน
"เฮ้ยคาเมะแกแบกมาได้ไงว่ะตั้ง 2 กล่องแน่ะ"
"อ่อ ข้างบนมันใส่พวกของว่างน่ะครับ แฮะ ๆ "ของว่างที่ว่ามันก็ว่างจริง ๆ นั่นแหละ
ของของคาเมะแค่กล่องเดียวก็หมดแล้ว
ไอ้ข้างบนมันยังไม่ได้พับน่ะสิก็เลยแบกมันออกมาทั้งอย่างงี้เลย
"หมดรึยัง"
"อ่อ เหลืออีกกล่องครับ แล้วก็เอากุญแจไปคืนเจ้าของที่พักด้วย
รอแป้ปน่ะครับเจ้านาย"ยิ้มหวานนนนนใส่
"เชอะ ยิ้มอย่างเงี้ยใช้กับชั้นไม่ได้ผลหร๊อก"
ซึบาสะหัวเราะกับตัวเองขณะที่รอลูกน้องหมาด ๆ อยู่บนรถ
"โอเคครับเจ้านายไปกันเลย ของของผมหมดแล้ว"
คาเมะเสร็จธุระก็กระโดดขึ้นรถคันงามไปยังจุดหมายเพื่อออกเดินทาง
เมื่อมาถึงท่าเรือ
โอ้โห!!! แม่เจ้าโว้ย เรือโคตรจะใหญ่เลย
คาเมะลากของส่งให้คนเรือพลางจับจ้องพาหนะหรูที่ตนจะได้โดยสารอย่างไม่เชื่อตาตัวเอง
"คุณซึบาสะ เรือลำนี้มันชื่ออะไรเหรอ โคตรจะอลังการงานสร้างเลย"
คาเมะยื่นมือไปดึงชายเสื้อของซึบาสะให้หันมาตอบ
ข้อสงสัยดูทำหน้าทำตาเข้าทำอย่างกะไม่เคยเห็นเรือเฟอร์รี่ไปได้
ขนาดลำเรือก็ใหญ่โตเทียบได้ว่าเท่า ๆ กับเรือเดินสมุทรของกองทัพสหรัฐเลยนะ
แล้วความสวยงามของเรือก็ดูงดงาม มีลวดลายประดับตกแต่งออกแนวทอง ๆ อีก
โห นั่นถ้าดูไม่ผิดนั่นมัน พลอยไพลินเม็ดเท่าไข่ห่านประดับไว้ที่หัวเรือ
พร้อมกับรูปเทพเจ้าอาทิสมิสอีก หรูหรา คลาสสิก เว่อร์ เลิศอลังการ
"มันคือคาราคัล " ซึบาสะพูดออกมาอย่างภาคภูมิใจ
ดูได้จากสีหน้าและท่าทาง แต่คาเมะทำหน้างง ๆ
มันคือภาษาอะไร ซึบาสะหันมามองก็พอรู้ว่ามันไม่เข้าใจอะไรเลย
แล้วก็ขยายความอีกให้คาเมะได้หายสงสัย
"คาราคัลคือชื่อของแมวป่าที่อาศัยอยู่ในทะเลทรายและล่าเหยื่อในตอนกลางคืน
แต่ในคาราคัลภาษาตุรกีแปลว่าใบหูดำ"
คาเมะได้แต่ทำหน้าเออออไปอย่างงั้น ๆ แหละ
ในเมื่อเค้าไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับตุรกีเลยซักอย่าง
เหอะ ๆ เค้าทำทำงานนี้ได้ไหมน่ะ
ยังไม่รู้อะไรเลยก็โดดตามเค้ามาแล้วอ่ะเรา คาเมะสะอื้นในหัวอก
"เอาเถอะ ขึ้นไปกันได้แล้ว วันนี้นายจะได้อยู่กับบ้านที่หรูที่สุด
ของนายแล้วนะคาเมะ"ซึบาสะดันหลังคาเมะให้ขึ้นเรือ
จากนั้นไม่นานเรือก็ก็แล่นห่างไปจากแผ่นดิน ไกลออกไปทุกที ๆ
จนมองเห็นฝั่งท่าเรือเป็นแค่เส้นขอบบาง ๆ
เท่านั้น
และแล้ว......
สองชั่วโมงแรกที่ขึ้นเรือคาเมะเกิดอาการเมาเรืออย่างหนัก
กว่าจะสามารถพูดคุยกันได้ก็เล่นเอาซึบาสะแย่
ไปด้วยมัวแต่ห่วงว่าคาเมะจะตายเอาจริง ๆ
"เฮ้ย อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปฉันยังไม่ได้เห็นแกแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาเลยน่ะโว้ย"
"แล้วซึบาสะไม่แต่งเหรอครับ มารอผมแต่งก่อนได้ไง..อุ้บ..อ้วก!!! โฮก!!!"
คนป่วยอย่างคาเมะนี่ขี้เล่นไม่ใช่ย่อยแต่ก็อย่างว่าอ้วกแตกอ้วกแตนเป็นเหมือนกัน
"เออ ๆ ทำพูดดีไป สาธุ!!!ถ้าไอ้เต่าตัวนี้แต่งงานก่อนอิมาอิ
ซึบาสะ คนนี้ขอให้มันมีแฟนเป็นผู้ชายเลยเอ้า เพี้ยง!!!"
ซึบาสะทำท่ายกมืออธิษฐานแล้วก็เป่าลมรดหัวคาเมะที่นอนป่วยอยู่
ซึบาสะแอบหัวเราะสะใจที่แกล้งเจ้าเต่าได้
"ตายแล้วคุณซึบาสะมาแช่งกันอย่างงี้ได้ยังไง
ถึงผมจะตัวเล็กแต่ก็แมนนะครับ แมน ครับ แมน" ร่างบางทำหน้างอน ๆ
"เออ ก็แค่พูดเล่น ๆ แค่นี้ทำงอน เอ้านอนพักซะ หายเร็ว ๆ
พรุ่งนี้ก็คงน่าจะชินกับเรือได้แล้วนะ"ซึบาสะ ลุกขึ้นพร้อมกับขยี้หัวเจ้าเต่าน้อยอย่างเอ็นดู
"คร้าบบบบบบเจ้านาย" คาเมะทำท่าตะเบะให้แล้วก็ยิ้มหวานตบท้ายให้อีกที
"หึ เป็นเต่าแท้ ๆ ดันเมาทะเล"ซึบาสะบ่นพึมพัมหลังจากออกจากห้องไปทำงานต่อ
เมื่อลับสายตาเด็กหนุ่มตัดสินใจนอนหลับพักผ่อนอย่างจริงจังซะที
ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่ดูหรูหราไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ราคาแพง
เด็กหนุ่มนอนกระสับกระส่ายด้วยความทรมาน นี่ไม่ใช่อาการของคนเมาเรืออย่างเดียวซะแล้ว
แต่เค้ากำลังมีไข้ขึ้นสูง
คืนนั้นทั้งคืนคาเมะรู้สึกพะอืดพะอมเหลือเกิน
ปวดหัวแทบจะระเบิดได้อยู่แล้ว
ยาก็กินจนมันจะหมดกระปุกแล้วแต่ทำไมมันยังปวด
ทรมานอย่างงี้
คาเมะยกมือมาจับที่หน้าผาก ปาดเหงื่อที่ผุดออกมา
หน้าเค้าแดงมากแต่คาเมะก็ไม่มีแรงพอที่จะทำอะไรได้
จึงทำได้แค่พยายามข่มตาหลับเท่านั้น
"พ่อครับแม่ครับ" คาเมะเพ้อเรียกหาพ่อกับแม่
".........................."
"........พ่อ.............ใครน่ะ....."
ตอนนี้คาเมะอยู่ในอาการครึ่งหลับครึ่งตื่น
"คาเมะ..."เสียงเรียกที่เบาราวกับสายลมลอยพัดเข้ามา
"คา.....เมะ....รอ....." เสียงเริ่มดังขึ้น
"ใคร...." คาเมะเพ้อด้วยพิษไข้
"คาเมะ รอชั้นนะ" เสียงนั้นเรียกชื่อเค้าอีกแล้ว
คราวนี้ได้ยินชัดเจนราวกับมากระซิบที่ข้าง ๆ หู
"ใคร...เรียกฉัน" คาเมะเพ้อหนักกว่าเก่า
เสียงนั้นมันหลอนเค้าอีกแล้ว เสียงเดียวกับที่ห้ามเขาไว้คราวนั้น
เสียงของใครกันแน่...
อาการเพ้อทำให้คาเมะค่อย ๆ หมดแรงและก็หมดสติไป
to be con .......